ความสงบสุขจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ? – อ.อับดุลลาตีฟ ตำราเรียง

ความสงบสุข ไม่วุ่นวาย ไม่กังวลใจ เป็นความโปรดปรานจากอัลลอห์ที่ยิ่งใหญ่มาก  ทุกวันที่เราตื่นมา ไม่ว่าจะเป็นวันทำงาน หรือวันหยุด และเราได้รับความปลอดภัยในทรัพย์สิน และสุขภาพที่ไม่เจ็บไม่ป่วย เราต้องอย่าลืมที่จะขอบคุณต่ออัลลอห์  อย่าได้มองว่าเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเรา  ดังมีหะดีษจากท่านท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า

مَنْ أَصْبَحَ مِنْكُمْ آمِنًا فِي سِرْبِهِ، مُعَافًى فِي جَسَدِهِ، عِنْدَهُ قُوتُ يَوْمِهِ، فَكَأَنَّمَا حِيزَتْ لَهُ الدُّنْيَا

ความว่า “ผู้ใดที่ตื่นเช้าขึ้นมาพบกับภาวะที่สงบสุข มีความปลอดภัยในชีวิต ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย มีอาหารการกินที่หะลาลอย่างครบครัน เหมือนกับว่าความผาสุกแห่งโลกนี้ได้ถูกเตรียมไว้สำหรับเขาหมดแล้ว”

(บันทึกโดย อัต-ติรมิซียฺ : 2346)
  • คำว่า  (آمناً في سربه) หมายถึง มีความปลอดภัย มีความสงบสุขในชีวิต ครอบครัว และทรัพย์สินเงินทอง
  • คำว่า (معافًى في بدنه)  หมายถึง มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวง
  • คำว่า (عنده قوت يومه)  หมายถึง มีอาหารในปริมาณที่เพียงพอสำหรับเขาจะใช้รับประทานในแต่ละวัน และเป็นอาหารที่หะลาล
  • คำว่า (فَكَأَنَّمَا حِيزَتْ لَهُ الدُّنْيَا)  หมายถึง ได้รวบรวม ได้เตรียมไว้

        ดังนั้น ใครก็แล้วแต่ที่อัลลอฮฺได้ให้เขามีพลานามัยที่ดีและมีจิตใจที่สงบ มีอาหารการกินอย่างเพียงพอในแต่ละวัน สมาชิกในครอบครัวไม่เจ็บไข้ได้ป่วย แน่นอนยิ่งว่าอัลลอฮฺได้รวบรวมความโปรดปรานทั้งหลายที่ผู้คนในโลกนี้ต่างแสวงหากันให้กับเขาแล้ว จึงเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่เขาจะต้องขอบคุณต่ออัลลอฮฺ ด้วยการภักดี เชื่อฟัง และปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์ และอย่าได้เป็นผู้ฝ่าฝืนต่อพระองค์

       หากเราพิจารณาองค์ประกอบที่กล่าวมาข้างต้น  ทั้งหมดเป็นเพียงภายนอก ที่มนุษย์ทั่วไปก็ได้รับสิ่งเหล่านี้ แต่สำหรับชีวิตของผู้ศรัทธาจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องภายในด้วย ที่นี่ก็หมายถึง ความสงบสุขมาเกิดขึ้นกับจิตใจของเรา จะเห็นได้หลายๆคนที่มีธุรกิจใหญ่โต สุขภาพดี เพราะเขาออกกำลังกายเป็นประจำบางทีก็มากจนละเลยการทำอิบาดะห์ต่ออัลลอห์ และเพียบพร้อมไปด้วยอาหารการกินที่สมบูรณ์ แต่ก็ยังวุ่นวายกับชีวิต เนื่องจากไม่มีความสงบสุขในหัวใจของเขา อัลลอห์ได้บอกถึงวิธีการทำให้หัวใจทั้งหลายนั้นสงบ โดยพระองค์ทรงตรัสว่า

الَّذِينَ آمَنُوا وَتَطْمَئِنُّ قُلُوبُهُمْ بِذِكْرِ اللَّهِ أَلا بِذِكْرِ اللَّهِ تَطْمَئِنُّ الْقُلُوبُ

ความว่า “คือบรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย และหัวใจของพวกเขาสงบด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺ พึงรู้เถิดว่า ด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺนั้นหัวใจทั้งหลายจะสงบ”

(อัร-เราะอฺดุ : 28)

นี่คือหนทางสู่ความสงบสุขที่แท้จริง โดยการทำให้ทุกการกระทำของเราผูกพันกับอัลลอห์ด้วยการดุอาอฺ  ตั้งแต่ตื่นนอนก็ดุอาอฺ เขาห้องน้ำก็ดุอาอฺ ออกห้องน้ำก็มีดุอาอฺ หลังอาบน้ำละหมาดเสร็จก็มีดุอาอฺ เรียกได้ว่ามีดุอาอฺตั้งแต่ตื่นนอนยังเข้านอนเลยทีเดียว พี่น้องทราบหรือไม่การรำลึกถึงอัลลอห์ที่ดีที่สุดคืออะไร  อัลลอห์ได้ทรงตรัสว่า

وَأَقِمِ الصَّلَاةَ إِنَّ الصَّلَاةَ تَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاء وَالْمُنكَرِ وَلَذِكْرُ اللَّهِ أَكْبَرُ وَاللَّهُ يَعْلَمُ مَا تَصْنَعُونَ

ความว่า และจงดำรงการละหมาด (เพราะ) แท้จริงการละหมาด นั้นจะยับยั้งการทำลามกและความชั่วและการรำลึกถึงอัลลอฮ์นั้น ยิ่งใหญ่มาก และอัลลอฮ์ทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเจ้ากระทำ

(อัล-อังกาบูต:45)

         จากอายะห์ที่กล่าวไปข้างต้นนี้  แสดงให้เห็นว่าการละหมาดเป็นการรำลึกถึงอัลลอฮ์ที่สำคัญที่สุด และหากชีวิตของมุสลิมอย่าเราจะต้องเลือกระหว่างการงานในโลกดุนยาที่มีมูลค่ามากมายมหาศาล กับการตอบรับการเรียกร้องให้ไปสู่การสักการะต่ออัลลอฮ์  แน่นอนคำตอบของผู้ศรัทธานั้น คือการละหมาด แต่ยังมีผู้ศรัทธาบางคนที่ปฏิเสธการเรียกร้องไปสู่การละหมาดที่มัสยิด แต่ตอบรับการเชิญชวนของมนุษย์อย่างไม่ลังเล นี่ไม่ใช่ลักษณะของผู้ที่ยำเกรงต่ออัลลอฮ์อย่างแท้จริง เพราะผู้ศรัทธาที่ดี สำหรับเขา การละหมาดคือความสุข ความสบายใจ การทิ้งละหมาดเหมือนการทิ้งความสุขทั้งชีวิต  จิตใจของเขานั้นจะต้องผูกพันอยู่กับการละหมาด ผูกพันอยู่กับมัสยิด ตั้งตารอคอยการเรียกร้องไปสู่การรำลึกถึงพระผู้เป็นเจ้า  และสถานที่ที่ประเสริฐที่สุดในการรำลึกถึงอัลลอฮ์คือ มัสยิด เพราะ มันคือสถานที่ละหมาด ซึ่งถือเป็นบ่อเกิดของความยำเกรง  พระองค์ได้ตรัสว่า:

لَمَسْجِدٌ أُسِّسَ عَلَى التَّقْوَى مِنْ أَوَّلِ يَوْمٍ أَحَقُّ أَنْ تَقُومَ فِيهِ، فِيهِ رِجَالٌ يُحِبُّونَ أَنْ يَتَطَهَّرُوا وَاللهُ يُحِبُّ الْمُطَّهِّرِينَ

ความว่า: “แน่นอน มัสญิดที่ถูกวางรากฐานบนความยำเกรงตั้งแต่วันแรกนั้น สมควรอย่างยิ่งที่เจ้าจะเข้าไปยืนละหมาดในนั้น เพราะในมัสญิดนั้นมีคณะบุคคลที่ชอบจะชำระตัวให้บริสุทธิ์ และอัลลอฮฺนั้นทรงรักบรรดาผู้ที่ชำระตัวให้สะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ”

(อัต-เตาบะฮฺ : 108)

                ผู้ที่ละหมาดซุบฮิ ที่มัสยิดเป็นญะมาอะห์ จะได้รับการคุ้มครองจากอัลลอฮ์ ดังมีหะดิษที่รายงานจากท่านญุนดุบ บิน อับดุลลอฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้เล่าว่า ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม  ได้กล่าวว่า

مَنْ صَلَّى الصُّبْحَ فَهُوَ فِي ذِمَّةِ اللهِ، فَلَا يَطْلُبَنَّكُمُ اللهُ مِنْ ذِمَّتِهِ بِشَيْءٍ فَيُدْرِكَهُ فَيَكُبَّهُ فِي نَارِ جَهَنَّمَ

ความว่า “ผู้ใดที่ละหมาดศุบหฺ เขาก็จะได้อยู่ในความคุ้มครองของอัลลอฮฺ ดังนั้นพวกเจ้าจงอย่าสร้างความเดือดร้อนใดๆ แก่ผู้ที่อัลลอฮฺได้ให้ความคุ้มครองแก่เขาเถิด ไม่เช่นนั้น เขาก็จะพบเจอกับการลงโทษด้วยกับการคว่ำใบหน้าลากสู่นรกญะฮันนัม”

(บันทึกโดยมุสลิม : 657)

        ท่านอัน-นะวะวีย์ ได้กล่าวในหนังสือ “ชัรหุมุสลิม (5/158)” ว่า الذمة ณ ที่นี้ หมายถึง “คุ้มครองหรือให้ความปลอดภัย”

           หนึ่งในความวุ่นวายฟิตนะห์ที่เกิดขึ้นใกล้ตัว อาจจะเกิดขึ้นกับ ครอบครัว ทรัพย์สิน หรือเพื่อนบ้านของเรา นำมาสู่ความทุกข์ต่างๆที่เกิดขึ้น การละหมาดนั้นเป็นสิ่งที่จะลบล้างความชั่วร้ายจากฟิตนะห์ และบททดสอบต่างๆได้ ดังหะดิษจากท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม  ได้กล่าวว่า

فِتْنَةُ الرَّجُلِ فِي أَهْلِهِ وَمَالِهِ وَوَلَدِهِ وَجَارِهِ، تُكَفِّرُهَا الصَّلاَةُ وَالصَّوْمُ وَالصَّدَقَةُ، وَالأَمْرُ وَالنَّهْيُ

ความว่า “ฟิตนะฮฺของชายคนหนึ่งที่มีต่อครอบครัวของเขา ทรัพย์สินของเขา ลูกของเขา และเพื่อนบ้านของเขา จะถูกลบล้างออกไปด้วยการละหมาด การถือศีลอด การบริจาคทาน การสั่งใช้ในความดีงาม และการห้ามในสิ่งที่ชั่วร้าย”

(บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ : 525 และมุสลิม : 144)

        สุดท้ายของบทความนี้ ผมขอนำเสนอเรื่องราวชีวิตจริงของชายคนหนึ่ง ที่เป็นเจ้าของธุระกิจร้านแว่นตา ซึ่งอัลลอฮ์ได้ประทานริสกีให้กับเขา ทำให้ธุรกิจของเขาเจริญเติบโตขึ้น จนมีถึงสามสาขา ถึงว่าจะมีเงินมากมาย แต่เขากลับมองว่า นี่คือความขาดทุน เพราะเขาต้องสูญเสียเวลาที่อัลลอฮ์ให้เขาไปกับการดูแลธุระกิจ และใช้เวลาอยู่กับการรำลึกของอัลลอฮ์น้อยลง ไปละหมาดที่มัสยิดน้อยลง รำลึกถึงอัลลอฮ์น้อยลง เขาจึงตัดสิ้นใจปิดกิจการในสองสาขาที่มีทำเลที่ดีกว่าสาขาแรกซึ่งอยู่ใกล้กับมัสยิด

  อะไรคือคำตอบของสาเหตุที่ชายคนนี้เลือกทำในสิ่งที่ทุกคนมองว่าไม่ควรทำ คำตอบก็คือ ความยำเกรงที่เขามีให้กับอัลลอฮ์ ผู้ที่เป็น เจ้าของชีวิต เจ้าของริสกี เจ้าของเวลา เป็นเจ้าแห่งสากลโลก ที่ไม่มีมนุษย์คนไหน จะให้กับเขาได้เท่ากับอัลลอฮ์ แน่นอนเขารู้ดียิ่งว่าริสกีนั้นมาจากอัลลอฮ์ และพระองค์จะไม่ทำให้บ่าวที่ยำเกรงต่อพระองค์ต้องประสบกับความลำบาก และสิ่งที่ยืนยันได้ดีที่สุดก็คือ รายได้ของเขาไม่ได้ลดลงเลย แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือ ความสุข ความสุขที่ได้ใกล้ชิดกับอัลลอฮ์ ซึ่งเป็นความสุขที่เงินทองและทุกสิ่งบนโลกดุนยานี้ซื้อไม่ได้

0